เจ มาร์ท

http://www.bangkoksync.com

เจ มาร์ท               

ชื่อ (Contact Name):กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
ชื่อบริษัท (Company name):เจ มาร์ท
ทีอยู่ (Address):บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) 9/121-3, 126-7 อาคารยูเอ็มทาวเวอร์ ชั้น 12 ถ.รามคำแหง แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
รหัสไปรษณีย์ (Postal):10250
จังหวัด:กรุงเทพมหานคร
เขต:สวนหลวง
ประเทศ (Country):ไทย
โทรศัพท์ (Phone):0-2308-9000, Hot Line : 1117
contact us

รายละเอียดบริษัท               

เจ มาร์ท
 
 
ชื่อแฟรสไชส์
:
เจ มาร์ท
ประเภทแฟรสไชส์
:
ร้านIT, อุปกรณ์สื่อสาร
ค่าแฟรสไชส์
:
100,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน
:
ประเทศ
:
ไทย
จำนวนสาขา
:
183 สาขา
 
          14 ปี แห่งประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ และความสำเร็จที่ เจ มาร์ท ได้รับมาจนถึงวันนี้ กว่า 200 สาขาทั่วประเทศ ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญ และศักยภาพของ เจ มาร์ท ในการก้าวหน้าไปสู่อนาคตได้เป็นอย่างดี
 
ความเป็นมา
          บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมพ.ศ. 2531 โดยนายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา เริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกยี่ห้อ ในระบบเงินผ่อน ก่อนเริ่มขยายช่องทางจำหน่าย เข้าไปในตลาดขายส่ง โดยมีสินค้าหลักคือ โทรทัศน์ เครื่องเล่นวีดีโอ และเครื่องปรับอากาศ ในปีพ.ศ. 2535 บริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผ่านระบบเงินสด ระบบผ่อนชำระ และระบบขายส่ง นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางการให้บริการเงินผ่อนจากการขายหน้าร้านของบริษัทฯ ไปยังลูกค้าภายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ต่อมาในปีพ.ศ. 2538 บริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งจาก บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 800 และ 1800 และในปีพ.ศ. 2540 บริษัทฯ ได้เริ่มเปิดสาขารวม 13 สาขา เพื่อขยายตลาดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเป็นตัวแทนจำหน่ายทั้งของระบบ GSM 2 Watts, DTAC และ Digital GSM1800 รวมทั้งได้ผลิตอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใต้ตราสินค้า JAY MART และเพิ่มเป็น 31 สาขา ในปี พ.ศ. 2542 ยังผลให้บริษัทฯ มียอดขายสูงขึ้นเป็นเท่าตัวในแต่ละปี ปีพ.ศ. 2544 บริษัทฯ ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และ PDA โดยการเป็นตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง ให้กับตราสินค้าต่างๆ อาทิ เอเซอร์ โตชิบา เบลต้า คอมแพ็ค เอชพี และอื่นๆ เป็นต้น โดยจะจำหน่ายเฉพาะร้านที่อยู่ภายใต้ JAY MART IT Solution ซึ่งปัจจุบันจำนวนสาขาทั้งสิ้นมากกว่า 10 แห่ง ในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล
 
สินค้าและบริการ
          จำหน่ายสินค้าไอทีเงินผ่อน
 
การลงทุน
        
 
สิ่งที่จะได้รับ
         การจัดฝึกอบรม การส่งเสริมการขาย การโฆษณา และประชาสัมพันธ์ การใช้ชื่อและเครื่องหมายการค้า การบริหารด้วยระบบข้อมูลและเทคโนโลยี การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การคัดเลือกสินค้า การพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้วยการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
 
คุณสมบัติผู้ลงทุน
  1. ผู้เข้าร่วมธุรกิจ จะต้องมีความตั้งใจ และมีความสามารถในการทำธุรกิจ ด้านการจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ หรือมีความสนใจในธุรกิจนี้เป็นอย่างดี
  2. จะต้องเป็นเจ้าของ หรือทำสัญญาเช่า อายุในสัญญาไม่น้อยกว่า 3 ปี ของสถานที่ทำเลตามเนื้อที่ที่กำหนด
  3. มีความพร้อมที่จะเป็นผู้ลงทุนตามมาตรฐานของเจมาร์ท ในระบบแฟรนไชส์
  4. ผู้เข้าร่วมธุรกิจ จะต้องชำระค่าสิทธิ์ ที่ผู้รับสิทธิ์ได้รับสิทธิ์ให้ใช้เครื่องหมายการค้าหลังจากที่ได้ผ่านการพิจารณา จากบริษัท เจ มาร์ท (มหาชน) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  5. ผู้เข้าร่วมธุรกิจ จะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไข และรายละเอียดในสัญญาร่วมค้า ที่ทางบริษัทฯกำหนดขึ้น
 
การขยายสาขา
         ขายแฟรนไชส์
 
สาขา
         
 
อื่นๆ
          ทั้งนี้คอนเซบของร้านแฟรนไชส์เจมาร์ทจะแตกต่างจากแฟรนไชส์อื่นๆ ที่ทางร้านต้องซื้อสินค้าจากเจ มาร์ทเท่านั้น เพื่อการควบคุมคุณภาพสินค้าและบริการให้ได้ตามมาตราฐานของเจ มาร์ท โดยร้านจะขายปลีกในราคาเต็มที่กำหนด ทำให้เจ้าของร้านจะต้องโฟกัสกับธุรกิจตลอดเวลา ติดตามข่าวสาร เพื่อหากลยุทธ์การตลาด ที่คิดนอกกรอบเดิม ที่ไม่ใช้ราคาเป็นตัวนำ จึงจะสามารถอยู่ในธุรกิจลักษณะแฟรนไชส์ได้ ซึ่งในส่วนของบริษัทเองให้การสนับสนุน ขายส่งในราคาต้นทุน เพื่อให้ร้านสามารถมีกำไร รวมทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และโปรโมชั่นต่างๆ
ขณะที่ร้านแฟรนไชส์อื่นเปิดให้ซื้อมือถือจากที่ใดก็ได้ เครื่องเถื่อนก็มีโอกาสเข้ามาขายได้ ทำให้เปิดให้มีการตัดราคา ในตลาดตามมา ขณะที่ไม่สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าและบริการได้

เขาให้ความเห็นว่า สำหรับร้านค้ารายย่อยนั่น จำเป็นต้องประเมินโมเดลทางธุรกิจให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจ เข้าธุรกิจแฟรนไชส์ต่างๆ เพราะยังไม่แน่ชัดว่าการรวมกันนั้นจะเป็นการเพิ่มต้นทุนหรือลดต้นทุนกันแน่ ซึ่งต้องเปรียบเทียบกับการดำเนินธุรกิจด้วยร้านด้วยตนเอง ว่าอย่างไรจะมีกำไร อยู่รอดได้มากกว่ากัน
โดยผ่านมาบริษัททำร้านแฟรนไชส์แล้ว 10 ร้าน ซึ่งในจำนวนนี้คาดว่าจะปิดตัวลง 2 ร้าน เนื่องจากการแข่งขัน ในตลาดที่รุนแรงดังกล่าว และได้ชลอการเพิ่มจำนวนแฟรนไชส์แล้ว แต่จะเน้นขยายร้านเจ มาร์เอง เพราะสามารถควบคุมดูแลธุรกิจได้ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีอยู่แล้ว 173 แห่งทั่วประเทศ

ซึ่งปีนี้ร้านเจ มาร์ทเองมีการเติบโตที่เกินกว่าคาดหมาย 3-4 เท่าตัว และปีหน้าเจ มาร์ท จะมีการปรับรูปแบบร้านให้เป็น Specialist มากขึ้น ตามการแบ่ง segment ของมือถือ เช่นกลุ่มมือถือที่เน้นกล้อง เน้นรองรับลูกเล่นด้านความบันเทิง เกม หรือกลุ่มเครื่องมือถือที่เน้นด้านดาต้า เป็นต้น ซึ่งจะมีการจัดคอนเซปร้านเฉพาะกลุ่มมากขึ้น เพื่อสามารถ ให้คำแนะนำกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และตรงตามความต้องการกลุ่มลูกค้าด้วย